Love & Anarchy รักวินาศสันตะโร

นอกเหนือจากเรื่องราวของพระนางแล้ว เกมที่ทั้งคู่เล่นยังสะท้อนถึงความต้องการทางจิตใจของคนที่เคยหมดไฟและยอมแพ้ให้กับความธรรมดาตามที่สังคมให้กลับมาลุกโชนอีกครั้ง แม้ว่าผลของมันจะนำมาซึ่งความเสียหายมากขนาดไหน เรียกได้ว่าไม่ได้ถึงขั้นระเบิดตูมตามอะไร แต่สำหรับคนที่ทำงานอยู่แล้วได้เจอเหตุการณ์แบบในเรื่องเข้าไป ไม่อยากลาออกก็คงอยากขอเงินเดือนเพิ่ม เพราะมันวินาศมาก เรื่องที่ควรจะดีก็พังไม่เป็นท่าเพราะเกมของสองคนนี้ตลอด

สล็อตออนไลน์

นอกจากนี้ ความวินาศสันตะโรยังสามารถแทนถึงตัวละครโซฟีอีกด้วย เพราะเธอเคยอยากเป็นนักเขียน และเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเมล็ดพืชที่เติบโตจนกลายเป็นผืนป่าอย่างอิสระและไร้ขีดจำกัด ชื่อว่า Love & Anarchy รักวินาศสันตะโร (เน็ตฟลิกซ์แปลดีมาก แปลออกมาได้ไงเป็นประโยคนี้) แต่ความฝันนั้นก็ถูกหลงลืมเมื่อเธอได้เติบโตและแต่งงานกับโยแฮน หนุ่มผู้ทำงานในวงการถ่ายโฆษณาที่ยึดมั่นในตัวเองดูถูกเธอและมองว่า พ่อของเธอซึ่งเป็น ผู้ใหญ่หัวอนุรักษ์นิยมที่เชื่อมั่นในอนาธิปไตยและปฏิเสธรากฐานของทุนนิยมยุโรปเป็นบ้าและไม่อยากให้มายุ่งด้วย ซึ่งส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ของครอบครัวอีกด้วย โซฟีก็ค่อย ๆ รู้ว่าที่มันเป็นมันไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ วินาศสันตะโรจึงเปรียบได้กับความวุ่นวาย แต่ในขณะเดียวกัน มันก็คือการปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระ จากสังคม จากสายตาผู้คน และเกมเสน่หาที่มีตั้งแต่ ตวาดคนจนไปถึงใส่กัญชาลงไปในขนมให้คนกิน ก็เรียกได้ว่าสะท้อนความตื่นเต้นของชายหนุ่มและหญิงที่หวังชีวิตที่สนุกสุดเหวี่ยงอีกครั้ง ซึ่งก็ห่ามได้ใจมาก ๆ

jumboslot

สิ่งที่น่าทึ่งของเรื่องนี้อีกเรื่องคือมุกตลก เราอาจจะไม่เข้าใจมุกแบบนี้ แต่มันก็ขำได้อยู่ดี เพราะด้วยบทสนทนาหรือด้วยสถานการณ์ในเรื่องมันชวนให้ขำ ทั้งตลกร้าย ตลกแบบงง ๆ มันจะไม่ได้ตลกขำก๊าก เรียกว่าตลกนิ่งดีกว่าน่าจะเก็ตกัน และแน่นอนว่าช่วงแรกก็จะแห้ง ๆ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็จะมีอะไรน่ารักเยอะมาก ทั้งความสัมพันธ์ของเพื่อนร่วมงานในสำนักพิมพ์ที่ไม่มีใครร้ายสุดหรือดีสุด ทุกคนมีข้อบกพร่อง ไม่ว่าจะเป็น เดนิส สาววัยทำงานผู้เป็นเลสเบี้ยนและต้องคอยควบคุมการตลาด ฟรีดริช หนุ่มใหญ่หัวโบราณที่เชื่อมั่นในระบบเก่า แคโรไลน์ สาวเลขาสาวผู้สดใสและเป็นมิตรกับทุกคนทื่มักตกเป็นเป้ารังแกของคนในสำนักพิมพ์ รอนนี่

หัวหน้าที่มองโลกในแง่บวกจนมักตัดสินใจอะไรไม่ฟังพนักงาน ซึ่งเรื่องราวในสำนักพิมพ์ก็จะสะท้อนความคิดระหว่างคนที่ยึดติดกับระบบอนาล็อก กับดิจิตอล หรือแม้แต่เรื่องของสังคมปิตาธิปไตยที่พ่วงมาด้วยสตรีนิยม LGBTQ+ ครบเครื่องเรื่องเพศ นอกจากนี้ความซีเรียสยังรวมไปถึงหนทางของสำนักพิมพ์ที่ขายวิญญาณตัวเองเพื่อให้อยู่รอด เช่น สำนักพิมพ์เอาหนังสือไปขายให้บริการสตรีมมิ่งไปทำหนังแล้วให้คนอื่นไปดูแทนในรอบทดลองรอบสุดท้าย เพราะไปดูมาก่อนแล้วหลายรอบ และมั่นใจว่าหนังจะซื่อสัตย์กับหนังสือ ก่อนจะมาพบว่าหนังทำไม่ตรงหนังสือ หรือ การขายสำนักพิมพ์เพื่อให้ได้มาซึ่งความยิ่งใหญ่ ซึ่งเนื้อเรื่องออกมาเรียบง่ายไม่ค่อยขับเน้นอะไร แต่เห็นแล้วก็เครียดแทน ไหนจะดราม่าเรื่องของความสัมพันธ์ของครอบครัว ความรักที่ใส่เข้ามาให้อึนกันเล่น ๆ แต่ก็ดันจบอย่างรวดเร็ว แถมยังทิ้งอะไรหลายอย่าง ความรู้สึกที่ชีวิตไม่ถูกเติมเต็มอาจจะเหมือนเราในตอนนี้ก็ได้

เครดิตฟรี

นักแสดงที่โดดเด่นเลยคงไม่พ้น Ida Engvoll ในบทของโซฟี สาวใหญ่วัยทำงานที่ต้องเผชิญหน้าปัญหาที่พยายามจะหนีจากทุกอย่างจนช่วงแรกที่ทำตามพระเอกเพราะรำคาญและหวาดระแวง แต่พอได้ทำความรู้จักก็กลายเป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของชายหญิง เธอคุมอยู่ทั้งซีนตลก ซีนทำตัวห่าม ๆ ซีนดราม่า และซีนสดใสเธอก็ดึงเสน่ห์ออกมาได้เต็มที่ เช่นเดียวกับ Björn Mosten ในบทแม็กซ์ หนุ่มตาน้ำข้าวรูปหล่อที่ออกมาก็ทำเรากลัวกับบุคลิกไม่ได้ว่ามาดีหรือมาร้าย โดยเฉพาะตอนแรกผมคิดว่าผมต้องเกลียดหมอนี่แน่ แต่พอเข้าตอนที่รักผมชอบตัวละครนี้ มันมีความเป็นมนุษย์ที่เปิดกว้าง แต่ก็มีความมุ่งมั่น เวลาเล่นเกมกับโซฟีก็ใจกล้าไม่หวาดหวั่น เรียกได้ว่าไม่แปลกถ้าโซฟีจะตกหลุมรักเข้าอย่างจัง เพราะเขาทำอะไรแบบไม่แคร์โลก และเขาก็คือคนที่ผลักดันให้โซฟีได้ค้นหาตัวเองอีกด้วย

สล็อต

เรียกได้ว่าตัวละครนี้ไม่ใช่มาเพื่อรัก แต่มาเพื่อทำให้โซฟีได้เป็นคนใหม่ในตอนท้ายต่างหาก ในขณะเดียวกันตัวละครของเพื่อนร่วมงานก็ยังแสดงออกมาได้วายป่วงไม้แพ้พระนางเลยทีเดียว แต่ปัญหาของเรื่องคือ ด้วยความที่เรื่องมันเรื่อยเปื่อย ไม่มีอะไรโฉ่งฉ่าง และมีงานถ่ายที่ดูเป็นซิทคอมมากกว่าซีรีส์ในบางฉาก มันก็เป็นความหนักใจสำหรับคนที่คาดหวังเรื่องตลกแบบขำก๊าก เพราะผมบอกไปแล้วว่าตลก มันขึ้นอยู่กับตัวละครและสถานการณ์ แถมบางครั้งดราม่านางเอกหลบหน้าพระเอกหลังมีอะไรกันมันก็น่าขัดใจเป็นบ้า ในขณะเดียวกัน บางช่วงก็หลุดตีมเป็นทริลเลอร์เบา ๆ ให้ตกใจกันเล่น ๆ ซึ่งมันเป็นทั้งส่วนที่ดีและออกทะเลของเรื่องได้เหมือนกัน แต่การที่ซีรีส์ไม่ได้โฟกัสแค่ตัวละครเอก แต่ให้ความสำคัญ มันจึงเป็นอะไรที่แน่น และเต็มอิ่มแม้จะเป็นมินิซีรีส์ที่บางตอนไม่ถึง 30 นาทีด้วยซ้ำ