House Of Cards Netflix เกมอำนาจ ซีรีส์ตีแผ่การเมืองด้านมืด อำนาจไม่ปราณีใคร

House of Cards เริ่มจากเล่าเรื่องราวของ แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด นักการเมืองจากเซาท์คาโรลิน่า ตัวแทนจากพรรคเดโมแครต กำลังอยู่ระหว่างการฉลองชัยชนะจากการเลือกตั้งของประธานาธิบดี แกเร็ธ วอล์คเกอร์ ซึ่งสัญญาว่าจะให้เขาได้ตำแหน่ง Secretary o f State แต่ประธานาธิบดีกลับไม่ทำตามที่สัญญาไว้ เพราะต้องการให้เขาช่วยรับบทบาทอื่น นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้แฟรงค์และแคลร์ซึ่งเป็นภรรยาเข้าสู่การวางแผนมากมายในการไต่เต้าและกุมอำนาจ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการไหนก็ตาม

สล็อตออนไลน์

สำหรับในซีซันแรก เปิดฉากแรกด้วยการเล่าถึง แฟรงค์ ที่ได้ยินเสียงรถชนสุนัข เขาจึงออกมาหน้าบ้านแล้วพบว่ามีสุนัขถูกชนแล้วหนี เขาจึงทลายกำแพงสี่มิติมาคุยกับคนดูว่า ทำไมจึงควรฆ่าสุนัขที่กำลังบาดเจ็บตัวนี้ไปเสีย เพื่อไม่ให้มันทรมาน เพียงแค่นาทีเดียวในเรื่องก็สามารถทำให้เราได้เห็นว่า เขาคือนักการเมืองแบบไหน และคนที่จะได้อำนาจทางการเมืองต้องมีความเลือดเย็นระดับไหน รวมถึงเป็นการเปิดแนวทางของเรื่องด้วยว่า เมื่อคุณเริ่มดูซีรีส์เรื่องนี้ แฟรงค์ จะชวนคนดูคุยตลอดเรื่อง ไปจนถึงอธิบายมุมมองความคิดของเขาต่อเรื่องราวต่างๆให้เราฟัง ดังนั้นถ้าคุณห่วงว่า นี่จะเป็นซีรีส์การเมืองแนว คุย คุย คุย ๆๆๆๆๆ แล้วน่าเบื่อเหมือนหนังการเมืองเรื่องอื่นๆ ไม่ต้องห่วงเลย เพราะแฟรงค์จะทำให้คุณมีอารมณ์ร่วมไปกับเรื่องราว จนคนดูจะต้องหันมาเอาใจช่วยและเชียร์ตัวเขาไปด้วย

jumboslot

สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ ถือว่าเป็นหนึ่งในเรื่องที่ “แนะนำ” ให้ต้องดูสำหรับซีรีส์ฝรั่งของ Netflix ที่สำคัญคือนี่เป็นเรื่องที่สร้างชื่อเสียงอย่างมากให้กับ Netflix ในช่วงบุกเบิก ทำให้มีสมาชิกสมัครเข้ามารับชมเรื่องนี้มากขึ้น จนกระทั่งเป็นกระแสในช่วงที่ออกฉาย

จุดเด่นสำคัญที่สุด คือการแสดงที่โคตรสมบทบาทของ เควิน สเปซีย์ ในบท แฟรงค์ อันเดอร์วู้ด ซึ่งหน้าตาและท่าทางของขาก็เข้ากับบทบาทนักการเมืองสายเหี้ยม สีเทาๆจนไปถึงดำ ที่เรียกว่าแสดงได้เหี้ยมและเลือดเย็นมาก แถมในส่วนของการเล่าเรื่องแบบทลายกำแพงมิติที่ 4 ออกมาคุยกับคนดู เขาก็ทำได้ดีเยี่ยม ด้วยลีลาหน้าตากวนประสาท ที่บางครั้งไม่ต้องพูดอะไรมาก แค่หันมายักคิ้วหลิ่วตาให้คนดูแบบรู้กันในบางฉากก็ทำได้เยี่ยมมาก

นอกจากนี้ในส่วนของนักแสดงรองและสมทบคนอื่นๆก็ทำได้ดี โดยเฉพาะบทของ แคลร์ ที่แสดงโดย โรบิน ไรท์ ก็ทำได้ดี เนื่องจากเธอสามารถสื่อความเลือดเย็นออกมาทางสีหน้าท่าทางได้ สรุปแล้วเรียกว่าในด้านการแคสติ้งของเรื่องนี้ แทบไม่มีรอยด่างเลย

เครดิตฟรี

ในส่วนของบท การเล่าเรื่อง ถือว่าเป็นซีรีส์การเมืองสายดาร์กที่หาได้ยากมากสำหรับซีรีส์แนวการเมืองของสหรัฐ เพราะทุกเรื่องก่อนหน้านี้ มักนำเสนอในแนวเชิดชู Propaganda สำหรับการเมืองสหรัฐอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นซีรีส์การเมืองในทำเนียบขาวเรื่องดังอย่าง West Wing, Madam Secretary มาจนถึง Designated Survivor ใน Netflix เอง ทั้งหมดนำเสนอภาพของประธานาธิบดีและนักการเมืองสหรัฐในแง่มุมสว่าง สีขาว อาจจะมีสีเทาบ้าง แต่ก็ยังพูดได้เต็มปากว่าเป็นแนวเชิดชูทำเนียบขาว

แต่ House of Cards เป็นซีรีส์การเมืองทำเนียบขาวฟอร์มยักษ์ที่เล่นทุกอย่างตรงกันข้าม นักการเมืองเรื่องนี้มีความเรียล สมจริง ตัวเอกของเรื่องพูดได้เต็มปากเลยว่าไม่ใช่คนดีอะไรมาจากไหน แต่คนดูก็อาจจะยอมรับได้ว่า นี่แหละ ในความเป็นจริงนักการเมืองที่จะกุมอำนาจได้ ที่จะชนะได้ คงต้องเหี้ยมและเด็ดขาดขนาดนี้ แถมบางฉากยังแสดงถึงความเลือดเย็นยิ่งกว่าที่คาดคิดด้วยซ้ำ ซึ่งข้อเสียก็มีอยู่บ้างตรงที่ยิ่งดูไปก็ยิ่งรู้สึกว่า สองสามีภรรยาอันเดอร์วู้ดช่างเก่งและเหี้ยมจนแทบจะไม่มีใครสู้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ก็ไม่ได้เอาแต่นำเสนอด้านมืดของนักการเมืองอย่างเดียว ยังมีการนำเสนอด้านสว่างของวงการเมืองเอาไว้เหมือนกัน ตัวเรื่องก็ไม่ใช่แนวดาร์ก หรือเอาแต่คุยๆๆๆ จนน่าเบื่อ แต่บทเต็มไปด้วยชั้นเชิง บทพูดที่ฉลาด เป็นธรรมชาติ ดนตรีประกอบที่ชวนให้ลุ้นในหลายฉาก มุกตลกร้ายที่มีสอดแทรกตลอดเรื่อง อีกทั้งถ้าตอนไหนดูแล้วจะเข้าใจยาก แฟรงค์ก็จะหันมาพูดคุยและอธิบายให้คนดูเข้าใจเพิ่มขึ้นด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมนี่จึงเป็นซีรีส์ระดับโลกที่สร้างต่อมาถึงจนถึง 6 ซีซัน

สล็อต

แต่น่าเสียดายที่ในซีซัน 6 บทของ เควิน สเปซีย์ ที่แสดงเป็นแฟรงค์ได้อย่างสุดยอดกลับต้องถูกถอดออก รวมถึงตัวเควินก็ถูกถอดจากการร่วมงานกับ Netflix ทั้งหมดด้วย หลังจากเหตุการณ์อื้อฉาวที่ เควิน สเปซีย์ ถูกฟ้องร้องโดย แอนโธนี่ แรปป์ นักแสดงหนุ่มที่เริ่มสร้างชื่อเสียงใน Star Trek: Discovery ออกมาฟ้องร้องว่าเมื่อตอนที่เขาอายุ 14 แล้วไปร่วมงานเลี้ยงของเควิน เขาเคยถูกอีกฝ่ายชวนไปห้องนอนเพื่อลวนลามทางเพศ แต่เขาก็หนีออกมาได้ แล้วยังมีกว่าอ 20 คนที่ออกมาฟ้องร้องแบบนี้ ในขณะที่ตัวเควินก็ต้องออกมายอมรับเรื่องที่ตัวเขาเป็นเกย์ ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้เควินแทบจะไม่เหลือที่ในวงการฮอลลีวู้ดอีก

สำหรับความเสียหายที่ส่งผลต่อซีรีส์เรื่องนี้ คือการที่เขาถูกถอดออกก่อนหน้าที่จะฉายซีซัน 6 แม้ว่า โรบิน ไรท์ จะมีพลังการแสดงที่ช่วยแบกเรื่องราวไว้ในบทของแคลร์ แต่ต้องยอมรับว่าซีรีส์เรื่องนี้ที่ไม่มีแฟรงค์ออกมาก็ไม่เหมือนเดิมอีก ทำให้ยากที่จะอุดรอยโหว่ตรงนี้ได้ ซึ่งทาง Netflix เองก็คาดไว้แล้วจึงประกาศว่าซีซัน 6 จะเป็นซีซันสุดท้ายและมีเพียง 8 ตอนเท่านั้น

ในภาพรวมแล้ว นี่คือซีรีส์ชั้นเยี่ยมขึ้นหิ้ง เป็นผลงานคุณภาพของ Netflix อย่างน้อยในระดับติด TOP5 ของทางช่องเลยทีเดียว และเป็นหนึ่งในเรื่องที่แนะนำอันดับต้นๆของซีรีส์แนวการเมือง แต่สำหรับคนที่ไม่ชอบซีรีส์แนวการเมืองที่เน้นคุย เน้นดราม่า ไม่มีแอ็กชั่น อาจจะลองเปิดใจรับชมสัก 1-3 ตอนก็ได้ครับ เพราะความสนุกของซีรีส์เรื่องนี้มาตั้งแต่ตอนแรกๆแล้ว โดยช่วงสนุกที่สุดอยู่ในซีซัน 1-2 ส่วนในซีซัน 3-4 มีดรอปลงบ้างแต่ก็ยังอยู่ในระดับเยี่ยม แล้วก็พีคสุดๆอีกทีตอนซีซัน 5 ส่วนในซีซัน 6 แม้เรื่องราวจะดรอปไปพอสมควร แต่ก็ยังถือว่าปิดฉากเรื่องราวความอำมหิตของสองสามีภรรยาอันเดอร์วู้ดผู้ทะเยอทะยานได้ดีครับ