เครื่องซักผ้า

รายละเอียดของบ้านมีปัจจัยต่างๆหลากหลายที่จะทำให้การอยู่อาศัยสะดวกสบาย ซึ่งนอกจากโครงสร้างที่แข็งแรง สวยงาม เฟอร์นิเจอร์ที่ครบครัน หนึ่งมิติที่สำคัญมากเช่นกันคือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเป็นตัวช่วยในการทำให้ผู้อยู่อาศัยสามารถทำกิจกรรมอื่นๆ ได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะงานบ้าน ไม่ว่าจะเป็น การทำความสะอาด ดูทีวี ปรับอากาศภายในบ้านให้เย็น การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งการซักผ้าซึ่งจำเป็นอย่างมากต่อการเข้าสังคมหรือทำงานในทุกวัน ยิ่งถ้ามีเวลาที่น้อย เครื่องซักผ้าจะช่วยทำให้การซักล้างทำความสะอาดเสื้อ กางเกงและชุดต่างๆเป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมเครื่องซักผ้าจึงกลายเป็นปัจจัยหลักที่มีผลต่อการดำรงชีวิตในบ้านของทุกคน ทุกบ้าน ในขณะนี้ เครื่องซักผ้า คือ บ้านดอนค้อ Mor Architect ตกแต่งภายใน แผ่นไม้อัด Metallic/Silver Mor Architectบ้านดอนค้อ MOR ARCHITECT
ข้อมูลจากสารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย ระบุว่า เครื่องซักผ้าถือกำเนิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 1617 ซึ่งมีลักษณะเป็นถังไม้ขนาดใหญ่บรรจุน้ำและผ้าโดยในช้กลไกการขับเคลื่อนด้วยระบบมือ จนกระทั่งในปี 1907 ชาวอเมริกันชื่อ อัลวา ฟิสเซอร์ได้สร้างเครื่องซักผ้าด้วยระบบไฟฟ้าได้สำเร็จ จากวันจนถึงวันนี้เครื่องซักผ้ากลายเป็นหัวใจสำคัญในการทำความสะอาดเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มสำหรับผู้อยู่อาศัย

เครดิตฟรี

​ชนิดของเครื่องซักผ้า
ARQUITETURA Camila Fleck ห้องน้ำ
ARQUITETURA – Camila Fleck
ARQUITETURA CAMILA FLECK
เครื่องซักผ้าในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ายุคปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
1.เครื่องซักผ้าแบบถังเดียวที่มีฝาหน้า ใช้กลการทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ภายในมีถังซ้อนกันสองถัง โดยถังซักด้านในจะทำหน้าที่หมุนเพื่อให้ผ้าเสียดสีและอุ้มน้ำไว้ขณะที่หมุนผ้า ด้านถังชั้นนอกจะทำหน้าที่อุ้มน้ำไว้ขณะซัก เครื่องซักผ้าชนิดนี้ส่วนใหญ่จะถูกน้ำมาปรับใช้กับบ้านได้ทุกประเภท เพราะประหยัดเนื้อที่ในการนำผ้าออกมาตาก ซึ่งต่างกับเครื่องซักผ้าที่มีฝาด้านบน ที่สำคัญดีไซน์เครื่องซักผ้าแบบนี้มีความล้ำสมัย เหมาะกับการตกแต่งภายในแทบจะทุกสไตล์เช่นกัน อาทิ โมเดิร์น ลอฟท์และมินิมัล
2.เครื่องซักผ้าแบบถังเดียวที่มีฝาด้านบน กลไกการทำงานของเครื่องซักผ้าแบบนี้คือระบบอัตโนมัติ ควบคุมการทำงานด้วย ไมโครคอนโทรลเลอร์หรือสมองขนาดเล็กที่ได้รวบรวมแผงคำสั่ง การประมวลผล ไว้อย่างครบวงจร ในส่วนของถังซักมีแกนหมุนตรงกลาง เวลาใช้งานเสร็จสามารถหยิบผ้าขึ้นมาตากได้อย่างสะดวกสบาย ขณะที่ดีไซน์ก็ดูเรียบง่ายในรูปทรงสี่เหลี่ยม อาจเสริมเพื่อการเคลื่อนย้ายหรือมีฐานวางเครื่องที่แข็งแรง แต่ขีดจำกัดของเครื่องซักผ้าแบบนี้ไม่สามารถวางได้ในพื้นที่จำกัด

สล็อต

3.เครื่องซักผ้าแบบสองถังที่มีฝาด้านบน เครื่องซักผ้าแบบนี้จะเป็นแบบกึ่งอัตโนมัติ เพราะถังหนึ่งจะมีไว้ซัก อีกถังมีไว้สำหรับซักหมาดทำให้เมื่อทำงานในถังแรกเสร็จ ผู้อยู่อาศัยต้องมาเคลื่อนย้ายเครื่องนุ่งห่ม สำหรับถังมีแกนหมุนอยู่ตรงกลาง โดยหมุนให้ผ้าเสียดสีกันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกให้หมดไป เครื่องซักผ้าแบบนี้เลยได้รับความนิยมน้อยลงเพราะยุ่งยากและไม่สะดวกสบาย อีกทั้งยังมีขนาดใหญ่ แต่มีราคาไม่สูง ทำให้เรายังพบเห็นเครื่องแบบดังกล่าวในรูปแบบร้านซักรีด เครื่องซักผ้าทุกประเภทที่กล่าวมาข้างต้นเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆ เช่น การตั้งเวลาในการซัก ระบบน้ำไหลเข้าสู่ตัวเครื่อง การตัดน้ำเองโดยอัตโนมัติ การเตือนเมื่อซักเสร็จ ระบบระบายน้ำเสียเมื่อซักเสร็จ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีช่องแบ่งการใส่ผงซักฟอก การเลือกชนิดของผ้าและรูปแบบการซัก โดยทั้งหมดทำให้ผู้อยู่อาศัยสะดวกสบาย
สำหรับเทคนิคในการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่ผู้อยู่อาศัยควรรู้ Homify ขอสรุปเป็นข้อๆ จำนวน 4 ข้อเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้นำไปประกอบการตัดสินใจ
1.ความต้องการในการซัก มิติสำคัญอย่างมากต้องคำนึงผู้อยู่อาศัยเป็นแกนหลักเพราะถ้าหากซื้อเครื่องที่มีขนาดใหญ่เกินไปอาจทำให้การซักดูไม่คุ้มค่า เปลืองไฟ ขณะเดียวต้องมองถึงชนิดของผ้าด้วยก็จะดี เพราะจะทำให้การเลือกเครื่องซักผ้าตอบโจทย์การใช้งานสูงสุด
2.ขนาดของความจุ ในส่วนนี้สำคัญอย่างมาก ปัจจุบันมีความจุตั้งแต่ 5 กก.ไปจนถึง 10 กก. โดยอาจวัดจากเสื้อผ้าที่มีอยู่ของสมาชิกและความถี่ในการซัก ซึ่งถ้าหากซักผ้าน้อยกว่า 4 ครั้งต่อสัปดาห์ เครื่องซักผ้าความจุ 56 น่าจะเพียงพอ แต่ถ้าหากซัก 4 – 6 ต่อสัปดาห์ ควรเลือกเครื่องซักผ้าความจุ 7 กก ยิ่งถ้าหากซักผ้าสัปดาห์ละ 6 ครั้งขึ้นไป ควรเลือกความจุที่ 8 กก.เพื่อลดอัตราการซักผ้าอีกทั้งยังประหยัดค่าไฟฟ้า
3.รอบปั่นหมาด หรือ จำนวนรอบในการหมุนของเครื่องซักผ้า ถ้าหากเลือกเครื่องที่มีรอบปั่นมาดสูงเท่าไหร่ ผ้าของผู้อยู่อาศัยก็จะแห้งไว้เท่านั้น ในทางกลับกันรอบปั่นหมาดที่สูงก็มีขีดจำกัดเช่นกัน โดยไม่เหมาะกับผ้าเนื้อบางอาจทำให้ฉีกขาดได้ ที่สำคัญเครื่องที่มีรอบสูงจะเสียงดัง และกินไฟอย่าบอกใคร หลายคนอาจสงสัยและต้องเลือกแบบไหนถึงจะดี จริงๆหากเราไม่ได้เร่งรีบอะไรการเลือกรอบปั่นที่พอดีๆไม่สูงไปก็เหมาะสมดี เช่น 400 รอบ หรือ 600 รอบ ต่อนาที ทั้งนี้การเลือกรอบปั่นในการซักผ้าแต่ละครั้งควรเลือกให้สมดุลกับเนื้อผ้าก็จะทำให้การซักผ้ามีประสทิธิภาพสูงสุด เช่น ผ้ายีนส์ควรมากกว่า 1,000 รอบต่อนาที ผ้าฝ้าย ผ้าขนสัตว์ 1,000 รอบต่อนาที ผ้าเนื้อบาง ต่ำกว่า 700 นาที

สล็อตออนไลน์

4.วัสดุของเครื่องซักผ้า นอกจากระบบการใช้งานที่เหมาะสม การมองถึงวัสดุของเครื่องซักผ้าก็สำคัญไม่แพ้กัน โดยในปัจจุบันเครื่องซักผ้าทำมาจากหลากหลายวัสดุเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยได้เลือกตามความเหมาะสม เช่น
พลาสติกหรือโพลิเมอร์ เด่นที่น้ำหนักเบา มีสีสันหลากหลาย
แสตนเลส แข็งแรง ทนทาน ไม่เป็นสนิม และไม่อับชื้น
เหล็กเคลือบกันสนิม ไม่เป็นสนิมเช่นกัน
เรซินและไฟเบอร์ มีความทนทาน ปลอดสนิม เพราะสามารถติดตั้งได้ในที่มีความชื้นสูง ปราศจากการผุกร่อนในทุกสภาวะ
โพลีน็อกซ์ เด่นชัดในเรื่องการสั่นสะเทือน เก็บเสียงขณะซัก ทำให้ประหยัดพลังงานได้ดี

jumboslot

เมื่อตัดสินใจได้ว่าจะใช้เครื่องซักผ้าแบบไหน ต้องไม่ลืมว่าตำแหน่งการวางที่เรามีอยู่มีขนาดเท่าไหร่ ยกตัวอย่างเช่น พื้นทีประมาณ 60 ซม. เหมาะสำหรับเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้า 48 ซม. เหมาะกับเครื่องซักผ้าฝาหน้าขนาดหย่อม และ 45 ซม. เหมาะกับเครื่องซักผ้าแบบฝาเปิดด้านบน นอกจากนี้มุมห้องที่สามารถวางเครื่องซักผ้าได้นั้น มีทั้งพื้นที่ซักล้างของบ้าน แต่ถ้าหากไม่ได้สร้างมุมดังกล่าวไว้ ห้องน้ำก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี โดยอาจติดตั้งไว้ในชุดตู้ชั้นเก็บของ ขณะเดียวกันมุมครัวก็สามารถติดตั้งได้เช่นกัน อาจจะจัดวางไว้ในเคาน์เตอร์ครัว พื้นที่ว่างเปล่า หรือทำเลที่เหมาะสมเพียบพร้อมไปด้วยระบบประปาและไฟฟ้า ตัวอย่างการจัดวางเครื่องซักผ้าชิ้นนี้อยู่ในมุมห้องน้ำเก็บอย่างมิดชิดและดูเป็นระเบียบในชุดตู้ชั้นเก็บของที่ทำมาจากไม้และบานกระจก เปิดปิด เพื่อใช้งานอย่างสะดวกสบายในแบบบานเปิด การจัดวางเลือกชิดกับผนังด้านในโดยไม่รบกวนพื้นที่สุขาหรือการอาบน้ำ ทำเลการติดตั้งวางชิดผนัง เชื่อมโยงด้วยระบบไฟฟ้าและประปา ชั้นบนมีชั้นเก็บของจำพวก ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม
ประโยชน์ของเครื่องซักผ้าอย่างที่ทราบกันดี คือ เรื่องของความสะดวกสบายในการซักล้าง อีกมิติคือความสะอาดของเครื่องนุ่งห่มที่จะสดใหม่เสมอ ที่สำคัญการใช้เครื่องซักผ้าจะประหยัดเวลากว่าการซักมือ และแห้งไวกว่า ไม่เพียงเท่านั้นเครื่องซักผ้ายังเป็นมากกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าเพราะมีดีไซน์ที่หลากหลาย มีความล้ำสมัยทั้งโทนสีที่ดูโดดเด่นและตอบโจทย์การใช้ด้วยฟังก์ชันที่ทันสมัย อย่างไรก็ตามเครื่องใช้ไฟฟ้ายังถูกพัฒนาไปอย่างมาก โดยเฉพาะระบบการใช้งานที่ประหยัดพลังงาน ทำให้ปัญหาค่าไฟที่แพงต่อจากนี้น่าจะหมดไป สิ่งสำคัญอย่างสุดท้ายนอกจากการใช้งานผู้อยู่อาศัยควรทำความสะอาดตัวเครื่องซักผ้านับตั้งแต่ส่วนนอกรวมถึงส่วนในอย่างถังซัก เพราะการทำความสะอาดนั้นช่วยทำให้การทำงานของเครื่องซักผ้ามีประสิทธิภาพอยู่เสมอ เช่น ลดปัญหาการอับชื้น ทำให้เครื่องซักดูใหม่ ลดปัญหาผ้าเป็นขุย และลดค่าบริการค่าช่างได้เป็นอย่างดี ความรู้เบื้องต้น ช่วยทำให้การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องซักผ้าของทุกคนตอบโจทย์การใช้งาน คุ้มค่าและประหยัดเงินในกระเป๋า ฉะนั้นอย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยและหันมาเลือกเครื่องซักผ้าที่ตรงกับไลฟสไตล์การใช้งานของคุณไปด้วยกัน

slot