โรงแรมใหม่ชายแดน

มีครั้งหนึ่งตอนไปเที่ยวต่างประเทศกับเพื่อน เป็นเมืองติดชายแดนแห่งหนึ่งที่คนไทยยังไม่นิยมไปเท่าไร เลยมีโรงแรมให้เลือกไม่เยอะ พอไปถึงเขาบอกว่าโรงแรมนี้ใหม่มากไม่ต้องกลัวอะไร ตอนถึงโรงแรมก็เกือบ 3 ทุ่มแล้ว เลยไม่ได้สำรวจอะไร พนักงานบอกว่าลิฟท์เสียต้องเดินขึ้นบันได

เครดิตฟรี

ห้องที่เราพักเป็นห้องเบอร์ 314 ค่ะ ประเด็นคือโรงแรมนี้จะมีห้อง 311, 312 แล้วข้ามไป 314 เลย อาจจะเพราะเลข 13 มันไม่ดีคนเค้าถือ แต่ถ้านับจริงๆ ห้อง 314 มันก็คือห้อง 313 นั่นแหละ.. แต่ห้อง 314 จะเป็นห้องที่กว้างที่สุดของโรงแรม ระหว่างเดินก็สงสัยว่าทำไมโรงแรมนี้ไม่มีหน้าต่างตรงบันไดทางขึ้นเลย ปิดทึบแบบตึกพาณิชย์มากๆ พอมาถึงห้อง ก่อนพนักงานจะไปเค้าก็บอกว่า ห้ามเปิดระเบียงนะ ข้างหลังเป็นป่า มีแมลงเยอะ.. ตอนนั้นสงสัยค่ะ แต่ไม่กล้าถามอะไร

สิ่งแรกที่รู้สึกคือห้องเหม็นเหล้าจีนมาก กลิ่นควันบุหรี่คลุ้งไปหมด ก็คิดว่าคงเพิ่งลงทัวร์จีนมา เราวางกระเป๋าได้แป๊บเดียวมาเลยค่ะ! ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกันตรงระเบียง แบบซุบซิบๆ แต่พอเดินไปใกล้ๆ ระเบียงก็เงียบไป จะเปิดดูก็ไม่กล้าอีก เพราะพนักงานเตือนไว้.. แบบนี้ประมาณ 4-5 รอบ เราเริ่มไม่โอเคละ มันยังไงๆ เลยคุยกับเพื่อนว่า เดี๋ยวเข้าไปอาบน้ำพร้อมกัน แล้วย้ายไปนอนห้องเพื่อนอีกห้องดีกว่า

ระหว่างอาบน้ำ เราก็แปรงฟันไป ยืนหันหลังให้กระจกเพราะกลัวเจออะไรในกระจก เพื่อนก็อาบน้ำไป จู่ๆ ทีวีที่เปิดไว้ในห้องมันก็เปลี่ยนช่องค่ะ เป็นช่องงิ้วของจีน อารมณ์แบบเคเบิ้ลท้องถิ่น เพื่อนเลยบอกว่าสงสัยสัญญาณไม่ดี เลยหยุดอาบน้ำแล้วเดินออกไปเปลี่ยนช่องด้วยกัน แต่สักพักมันก็กลับไปช่องงิ้วอีก! ตอนนี้เริ่มไม่ไหวแล้วจริงๆ เลยปิดทีวี เก็บของเท่าที่จำเป็นแล้วลาขาดจากห้องนี้ไปนอนห้องเพื่อน

สล็อต

พอเช้ามาตอนเช็คเอ้าท์ออก ก็ลากกระเป๋ากันลงมาที่ถนน (โรงแรมอยู่ในซอยต้องขึ้นเนินเข้าซอยไป) ก็เลยมาเห็นว่าข้างๆโรงแรมเนี่ยเป็นสุสานคนจีนแบบฮวยซุ้ยอะค่ะ แล้วที่สำคัญคือระเบียงห้อง 314 มันอยู่ด้านบนติดกับฮวงซุ้ยที่ใหญ่ที่สุดของสุสานพอดีเลยด้วย! คิดแล้วก็ยังหลอน ถึงจะไม่ได้เห็นเป็นตัวก็ตาม..
(อยู่แบบหลอนๆ กับผีในหอพัก)
สวัสดีค่ะทุกคน เราจะมาแชร์ประสบการณ์ที่เจอมากับตัวให้ฟัง
เรื่องมีอยู่ว่า ย้อนกลับไปตอนเราปี 1 เราได้หาหอพักย่านดุสิต เพราะใกล้จะถึงช่วงเรียนปรับพื้นฐาน
หาจองตามเว็บตรงไหนก็เต็มแล้ว ขับรถหาอยู่ๆก็เห็นใบปลิวติดกับเสาไฟฟ้า หอพักนักศึกษาว่าง
ติดต่อ xxxxx เราจึงติดต่อไปแล้วขับรถกับครอบครัวไปดู มาถึงหน้าหอพักอย่างสงสัยว่า
นี่คือหอพักจริงๆรึป่าว? สภาพแวดล้อมทั้งซอยนี้เป็นตึกคูหาเรียงตลอดแนว
ซึ่งหอพักนี้ก็เป็นตึกคูหาเช่นกัน ด้วยความที่กลัวไม่มีที่อยู่จึงรีบติดต่อขอดูห้องพัก

สล็อตออนไลน์

คนดูแล “เหลือ 2 ห้องสุดท้ายค่ะ ชั้นบนสุด” เราจึงขึ้นไปดูกับครอบครัว เป็นห้องสี่เหลี่ยมไม่มีระเบียง
รู้สึกได้ถึงความอึดอัดใจแต่สภาพห้องไม่แย่ ห้องที่เหลืออยู่ห้องหนึ่งติดบันได
อีกห้องติดทางสามแพร่ง….. เราจึงตัดสินใจเลือกห้องติดบันไดแทน เพราะเป็นทางเลือกสุดท้าย….

จนมาถึงวันที่ย้ายเข้ามาอยู่ ระหว่างห้องจะมีรูแสงไฟสามารถรอดมาห้องเราได้ แต่เราเอาอะไรปิดได้
ข้อเสียคือห้องไม่เก็บเสียง…. เราอาจจะไม่คุ้นชินกับห้องจึงนอนไม่ได้ ต้องเปิดโคมไฟนอนทั้งคืน
ติดต่อกัน 3-4 วัน บางคืนสลึมสะลือตื่นเห็นเงาดำๆอยู่ปลายเตียง แต่ก็คิดแค่ว่าคงง่วงแล้วตาฝาดไป
อยู่มาเรื่อยๆ วันดีคืนดีก็ได้ยินเสียงคนสวดมนต์เหมือนคนอิสลามกำลังละหมาดสวดงึมงัมๆตอนเช้ามืด
เสียงโหยหวนดังวนอยู่ในหูรู้สึกได้ถึงความนอนไม่สนิท นานๆเข้าบางวันช่วง ตี1-2

jumboslot

เรามักจะได้ยินเสียงผู้หญิง 2 คนคุยกันแต่ฟังไม่รู้เรื่องว่าคุยอะไร เคยเอาหูไปแนบกำแพงแล้วฟังเสียง
เป็นเสียงหัวเราะฟังแล้วหลอน ขนนี่ลุกซู่เลย ระหว่างที่อยู่เราสงสัยมาตลอดเพราะไม่เคยเห็นใคร
ออกมาจากห้องสักที อารมณ์เหมือนห้องปิดตาย แล้วห้องนี้มีซีดีสะท้อนกลับติดอยู่หน้าห้อง
เพราะติดทางสามแพร่ง นานๆเข้าก็ได้ยินเสียงเหมือนคนเอาตัวหรือหัวชนกำแพงทุกเที่ยงคืน
ตึง ตึง ตึง ตึงตึงตึงๆๆๆ เราได้ยินเสียงทุกครั้งก็ดูนาฬิกาทุกครั้ง อืม….เวลาเดิมเป๊ะ ในใจเราจึงพูดว่า
ถ้าอยากจะอยู่ด้วยกัน ต่างคนต่างอยู่เถอะ อย่าทำเสียงรบกวนกันแบบนี้เรากลัว ประมาณ 2-3 อาทิตย์
เสียงนั้นก็เงียบไป…… จนถึงช่วงมิดเทอม เราทำงานพาสทามและยังพักอยู่ที่หอนั้น

ผีในหอพัก
ขณะที่เรากำลังออกไปทำงาน ก็เห็นกระดาษแปะตามหน้าประตูห้องเกือบทั้งตึก และวันต่อมา…
ห้องที่มีกระดาษติดอยู่ก็เปิดออกหมด รวมถึงชั้นเราแปะทุกห้องยกเว้นห้องเรา ก็ได้เปิดออก
จึงรู้ว่าไม่มีใครอยู่เลยยย…….. แล้วที่เราได้ยินตลอดล่ะคืออะไร?

และก็ถึงวันที่เราทนอยู่ไม่ได้แล้วจึงแจ้งย้ายออก (ลืมเล่าไปว่า เวลาเราเลิกงานดึกๆกลับมาที่หอ
ไฟทางเดินปิดไฟมืดสนิท!! เราต้องใช้แสงไฟโทรศัพท์เปิดไฟเองในแต่ล่ะชั้น และก็จะเป็นแบบนี้
ทุกครั้ง และวันนั้นเราก็ใช้วิธีเดิมแต่ไฟโทรศัพท์ดันส่องไปตรงดาดฟ้า ถัดจากชั้นเราไป เห็นขาคนนั่ง
แกว่งขาไปมาตรงทางขึ้นดาดฟ้าใกล้ๆห้องเรา เราตั้งสติแล้วรีบไขกุญแจเข้าห้องทันที)

slot

มาถึงคืนก่อนย้ายของออก เราเป็นคนนอนดึก ในเวลาช่วงเที่ยงคืนเราก็ได้คุยโทรศัพท์กับแฟนอยู่
อยู่ๆก็ได้ยินเสียงดังตึงๆๆๆๆๆๆ อยู่บนหัวเรา (ดาดฟ้า) เราตกใจจึงพูดขึ้นว่าเสียงอะไรอ่ะ
แล้วเสียงเดินกระแทกนั้นก็ดังขึ้นเรื่อยๆไม่หยุด เสียงเดินกระแทกเท้า เดินวนอยู่บนหัวไม่ไปไหน
ด้วยความที่ตกใจกลัวเราก็เผลอหลับไป

มาถึงวันที่เราย้ายของออก เราได้ให้ที่บ้านมาช่วยย้าย ถึงจนขนลงรอบสุดท้าย ที่บ้านได้ถามเราว่า
ย้ายของลงมาหมดรึยัง? เราก็ตอบไปว่า ใกล้แล้ว เราจึงขึ้นไปเอาของรอบสุดท้ายลงมา
แม่ได้พูดขึ้นว่า ดีใจเน๊อะ ปิดเทอมยังมีคนอยู่เป็นเพื่อน เราก็เงียบ…..

จนขนของขึ้นรถเรียบร้อย จึงบอกแม่ว่า รู้รึป่าวทั้งชั้นนั้นเหลือห้องหนูห้องเดียว
แม่ทำหน้าตกใจแล้วพูดว่า ก็แม่ได้ยินเสียงห้องข้างๆทำไรก๊อกแก๊กๆในห้องก็นึกว่ามีคนอยู่…..
แล้วพ่อจึงพูดขึ้นว่า พ่อรู้ตั้งแต่แรกล่ะว่ามีผีในหอพัก เพราะตอนที่มาดูห้องครั้งแรกเดินผ่านห้องนั้น
แล้วขนลุกซู่ แต่กลัวเราจะกลัว เลยไม่บอก…. (ทั้งๆที่เราไม่เคยเล่าให้ที่บ้านฟัง)
จนย้ายออก ลองถามคนดูแลยังไงเขาก็บอกไม่มีอะไร