ประสบการณ์ทำงานจริงที่ Black company ในญี่ปุ่น

Black Company บริษัทสีดำ คืออะไร?
Black company (ブラック企業) คือบริษัทที่ใช้งานลูกน้องเเบบเกินที่กฏหมายกำหนด / มีกฏเข้มงวดเกินเหตุ / อาจมีการทำร้ายร่างกาย / ละลาบละล้วงทางวาจา / หรือลวนลามทางเพศ เป็นต้น
สรุปสั้นๆที่สุดก็คือบริษัทที่ทำผิดกฏหมายแรงงานในด้านที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของลูกจ้างโดยตรงทั้งร่างกายและจิตใจ อย่างเช่นที่เราได้ยินกันบ่อยๆก็คือการให้ทำงานเกินชั่วโมงที่กฏหมายกำหนดเป็นต้น แต่ที่จริงแล้วยังมีเหตุผลมากมายกว่านั้น
ส่วนใหญ่บริษัทสีดำนั้นมักจะมีหลายสายงาน แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นสายงานที่ทั้งคนไทยญี่ปุ่นเห็นตรงกันว่าเป็นสายที่ทำงานหนักและล่วงเวลาเยอะเช่นสายงานพวกสื่อ ดิจิตัลมีเดีย เอนเตอร์เทนเม้นท์ โฆษณา ครีเอทีฟ โรงงาน ร้านค้าปลีก เป็นต้นค่ะ แต่แน่นอนว่าสายงานอื่นก็มี ทั้งนี้แน่นอนว่าขึ้นอยู่กับผู้บริหารของแต่ละที่และระบบของบริษัทว่าจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ถ้าเเจ็คพ็อตเจอคนไม่ดีเจอบริษัทสีดำก็ซวยไปค่ะ (อย่างเช่นผู้เขียนเอ๊งงงง)

jumbo jili

ถ้าทำงานที่บริษัทสีดำจะต้องเจออะไรบ้าง วันนี้ผู้เขียนจะมาเล่าให้ฟังค่ะ
*หมายเหตุ สิ่งที่ผู้เขียนจะเขียนดังต่อไปนี้ มีทั้งประสบการณ์ของผู้เขียนโดยตรงเเละประสบการณ์ของคนรอบตัวชาวญี่ปุ่น จะเขียนโดยไม่เจาะจงหรือระบุชื่อบริษัท

  1. เวลาเข้าทำงาน เลิกงานสุดโหด และวันหยุดที่น้อยยิ่งกว่าบริษัทญี่ปุ่นที่อื่น
    ผู้อ่านทุกท่านคงทราบถึงวัฒนธรรมการทำงานของญี่ปุ่นเบื้องต้นเกี่ยวกับเรื่องเวลาการทำงานกันบ้าง นั่นก็คือ “การตรงต่อเวลา” เเต่ถ้าคิดว่าทำเเค่นั้นเเล้วจะถูกชมล่ะก็ขอบอกเลยว่าผิดมหันต์จ้า จริงๆเเล้วมารยาทที่ดีของการทำงานที่ญี่ปุ่นต้องมาเข้าง่านก่อนเวลา ถ้าเข้างานตอน 7.00 ก็ควรมา 6.50 อันนี้ยังฟังดูปกติใช่ไหม เเต่ถ้าเป็นบริษัทดำก็มีบ้างที่ต้องมาล่วงหน้าเพื่อทำงานยิบย่อยก่อนที่จะเริ่มงานจริงด้วยค่ะ (โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง) เช่นชงกาแฟ กลับกันถ้าเป็นบริษัทที่ไม่ดำก็อาจจะมีคนทำหน้าที่อย่างนี้แน่นอนอยู่แล้วเช่นแม่บ้าน โดยไม่ต้องลำบากให้คนตำแหน่งอื่นมาทำ
    อย่างการมาสาย ปกติถ้าหากมาสายก็จะโดนดุว่าไปตามระเบียบ เเต่ถ้าเป็นบริษัทสีดำก็อาจจะไม่จบแค่นั้น เพียงเเค่ทำผิดนิดเดียวอย่างมาสาย บางคนก็อาจถูกเจ้านายเรียกไปด่า ถึงขั้นทำร้ายร่างกายและจิตใจก็มีค่ะ
    ถึงเเม้ว่าจะมาเริ่มงานก่อนเวลาไม่ว่าจะเร็วหรือช้าเพียงใด เเต่บริษัทสีดำนั้นไม่มีทางเลิกตรงเวลาค่ะ โดยมักจะมีหลากหลายเหตุผลที่เเตกต่างกันออกไปเช่น
  • เจ้านายยังไม่กลับ กลับไม่ได้
  • กลับก่อนรุ่นพี่ไม่ได้
  • ต้องทำงานเเทนคนอื่นให้เสร็จ
  • มีกินเลี้ยง ไปปาร์ตี้ต้องไปกับลูกค้า หรือกับเจ้านาย (ไม่ได้ค่าทำงานล่วงเวลา เเต่จะไม่ไปก็ไม่ได้)
  • ถูกบังคับให้ทำงานให้เสร็จ (เเต่ไม่จ่ายล่วงเวลาให้)
    เป็นต้นค่ะ

สล็อต

ของทางผู้เขียนเองที่เจอมา ส่วนใหญ่จะเป็นให้ไปทำงาน ซึ่งมีกำหนดเลิก 4 ทุ่มกว่า กว่าจะเสร็จทุกอย่างเเล้วก็ปาไป 5 ทุ่ม เป็นเเบบนี้หลายอาทิตย์ติดกันเเต่เขาไม่ให้ค่าล่วงเวลา เเต่บอกว่าจะจ่ายให้เป็นโบนัสเเทนค่ะ (ซึ่งไม่จริง อย่าไปเชื่ออออ) ผู้เขียนเคยต่อรองเเล้วเเต่ก็ไม่เป็นผลค่ะ เพราะคนอื่นในบริษัทหลายคนก็ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำ หนักกว่าเราก็มีแต่ไม่มีใครได้ค่าล่วงเวลาเลย (เเม้เเต่ประธานบริษัทเองก็ตาม)

ส่วนปาร์ตี้กินเลี้ยงที่ต้องไปกับลูกค้า-ผู้ร่วมงานนั้นมีทุกบริษัทไม่ว่าจะสีดำหรือธรรมดาค่ะ ขึ้นอยู่กับโอกาสว่าจะได้ไปหรือไม่ แม้ในปัจจุบันสังคมญี่ปุ่นได้ลดการไปปาร์ตี้สังสรรค์หลังเลิกงาน (โดยเฉพาะแบบที่คอยบังคับลูกน้องให้ไปด้วย) ซึ่งลดกันไปเยอะเเล้ว เเต่บริษัทสีดำที่มีความจำเป็นต้องใช้การสังสรรค์เหล่านี้ในการทำความสนิทสนมกับลูกค้า ก็ยังมีการบังคับพนักงานอยู่ค่ะ ทางผู้เขียนก็ได้ไปมาหลายครั้งค่ะ ส่วนใหญ่มักจะจบปารตี้กันตอนตี2 – ตี4 เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่งเเล้ว ทำให้ต้องนั่งเเท็กซี่กลับ จะขอออกมาก่อนก็ไม่ได้ เนื่องจากว่าเราเด็กสุดเเละผู้ใหญ่ไม่ยอมให้กลับค่ะ

  1. งานเลี้ยงหลังเลิกงานที่เลี่ยงไม่ได้ กลับก่อนก็ไม่ได้
    ปาร์ตี้กินเลี้ยงที่ต้องไปกับลูกค้า-ผู้ร่วมงานนั้นมีทุกบริษัทไม่ว่าจะสีดำหรือธรรมดาค่ะ ขึ้นอยู่กับโอกาสว่าจะได้ไปหรือไม่ แม้ในปัจจุบันสังคมญี่ปุ่นได้ลดการไปปาร์ตี้สังสรรค์หลังเลิกงาน (โดยเฉพาะแบบที่คอยบังคับลูกน้องให้ไปด้วย) ซึ่งลดกันไปเยอะเเล้ว เเต่บริษัทสีดำที่มีความจำเป็นต้องใช้การสังสรรค์เหล่านี้ในการทำความสนิทสนมกับลูกค้า ก็ยังมีการบังคับพนักงานอยู่ค่ะ
    ทางผู้เขียนเองก็ได้ไปมาหลายครั้งค่ะ ส่วนใหญ่มักจะจบปาร์ตี้กันตอนตี2 – ตี4 เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีรถไฟวิ่งเเล้ว ทำให้ต้องนั่งเเท็กซี่กลับ จะขอออกมาก่อนก็ไม่ได้ เนื่องจากว่าเราเด็กสุดเเละผู้ใหญ่ไม่ยอมให้กลับค่ะ

สล็อตออนไลน์

  1. ทำงานแม้แต่ในเวลาสังสรรค์ สัญลักษณ์ของ Black Company แบบญี่ปุ่น
    นอกจากนั้น เวลาที่ไปทานข้าวกับบริษัท ไม่ว่าจะส่วนตัวหรือเพราะเรื่องงาน ผู้ที่มีตำเเหน่งต่ำที่สุดก็จำเป็นที่ต้องอำนวยความสะดวกให้กับผู้อื่นเสมอ (อันนี้บริษัทญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็เป็นนะคะ ไม่ใช่เเค่บริษัทมืด เเต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เเล้วเเต่วัฒนธรรมของเเต่ละบริษัทด้วย) ผู้น้อยไม่สามารถทานข้าวอย่างเป็นสุขหรืออิ่มเเปร้เเบบคนอื่นได้ โดยมักจะมีหน้าที่เริ่มตั้งเเต่การจองร้าน ลำดับการนั่งที่นั่งในโต้ะว่าใครนั่งตรงไหน (ส่วนผู้น้อยต้องนั่งใกล้ประตูที่สุดเท่านั้น เพื่อสามารถคุยเเละสั่งอาหารกับพนักงานได้สะดวก) เเละจำเป็นที่ต้องคอยดูเเลเครื่องดื่มของคนทั้งโต๊ะว่าต้องการดื่มอะไร หมดเเล้วหรือยัง จะดื่มอะไรต่อ ส่วนอาหารจะไม่สามารถทานก่อนผู้อื่นได้ หรือบางครั้งยุ่งจนไม่ได้ทานก็มีค่ะ
    สำหรับบริษัทมืดนั้น เพียงเเค่ดูเเลเครื่องดื่มเเละอาหารนั้นไม่พอ เเต่บางคนต้องเอนเตอร์เทนหัวหน้าเเละลูกค้าด้วย ยกตัวอย่างเช่นเล่าเรื่องตลก เเสดงความสามารถพิเศษ (เช่นดื่มเบียร์ในอึกเดียว)

เรื่องเหล่านี้เหมือนว่าจะดูสนุกไม่ใช่เรื่องที่ดูเลวร้ายอะไร เเต่สิ่งต่างๆที่กล่าวมานั้นเป็นสิ่งที่ออกแนวว่าต้องทำ เหมือนโดนบังคับกลายๆ ถึงจะไม่รู้สึกสนุกเเต่ก็ต้องบิ๊วตัวเองให้สนุกตลอดทั้งๆที่เลยเวลางานเเล้ว เเถมยังต้องอยู่จนถึงดึกดื่นก็เหนื่อยค่ะ ถ้าเราทำได้ไม่ดี ก็จะโดนเรียกไปด่าเป็นเรื่องเป็นราวทั้งที่ไม่ควรโดน เเละอาจกระทบกับงานที่ทำได้ด้วย

  1. เนื้อหางานไม่ตรงกับตำเเหน่งหน้าที่
    ในหลายบริษัทของญี่ปุ่น เด็กใหม่หรือคนที่พึ่งเข้าทำงาน จะถูกมองว่ามีตำเเหน่ง “ต่ำสุด” ในบริษัท เเละจำเป็นที่จะต้องให้ความเคารพรุ่นพี่ รวมถึงทำงานจิปาถะต่างๆด้วย (ยกตัวอย่างเช่นเสริฟชากาเเฟให้ลูกค้า ไปถ่ายเอกสารด้วย)

jumboslot

เเต่ในบริษัทสีดำนั้น นอกจากหน้าที่จิปาถะที่เด็กใหม่บริษัททั่วไปเขาทำกัน ก็ต้องทำงานอื่นที่นอกเหนือกับเนื้อหางานของตนเองด้วย ยกตัวอย่างเช่นทำงานเป็นฝ่ายวางเเผนธุรกิจ เเต่ต้องมาล้างห้องน้ำ ทิ้งขยะ ถูพื้้น นับสต๊อกสินค้าเป็นต้น
อย่างตัวผู้เขียนเอง ถึงเเม้จะทำงานเป็นล่ามอยู่ในเเผนกวางเเผนงาน แต่ทว่าได้ทำงานในตำเเหน่งเเละเนื้อหางานของตัวเองเพียงเเค่ประมาณ 30% ส่วนที่เหลือคือถูกรุ่นพี่เเละหัวหน้าให้ไปขายของ เตรียมสินค้า นับสต๊อก ล้างห้องน้ำ เติมเครื่องดื่มที่จะขายให้ลูกค้าในสถานที่จัดงาน ดูดฝุ่น ทิ้งขยะ ทั้งๆที่หน้าที่เหล่านั้นไม่ได้อยู่ในเนื้อหางานของผู้เขียนเลย เเละมีคนที่มีหน้าที่ที่ต้องทำสิ่งเหล่านั้นอยู่เเล้ว (ที่ยอมทำเพราะว่าเป็นเด็กใหม่ คิดเสียว่าเรียนรู้งาน เเต่สุดท้ายมาทราบว่าจริงๆเเล้วมีคนประจำตำเเหน่งนั้น ต้องมีคนช่วยเราทำ ไม่ใช่เราทำเพียงคนเดียว)

  1. ปัญหาหลักของ Black Company คือค่าล่วงเวลา วันหยุด เเละค่าตอบเเทน
    สำหรับบริษัทสีดำ ต่อให้ทำงานหนักเเค่ไหนก็ไม่ได้มีผลอะไรกับเงินเดือนค่ะ เพราะโบนัสก็อาจจะไม่ได้ด้วย เงินเดือนขั้นพื้นฐานหากเปรียบเทียบกับที่ไทยเเล้วอาจจะดูเยอะ เเต่หากดูค่าครองชีพที่ญี่ปุ่นเเล้ว เงินเดือนก็ไม่ได้เยอะขนาดนั้นค่ะ
    หากได้ทำงานบริษัททั่วไปที่มีสวัสดิการดี มีวันหยุดที่เหมาะสม มีการจ่ายค่าล่วงเวลา ค่าเดินทาง ช่วยค่าบ้าน ก็อาจจะคุ้มค่าที่ได้มาทำงานที่ญี่ปุ่นเเละมีเงินเก็บกลับไป แต่ถ้าหากได้ทำงานในบริษัทมืดที่สวัสดิการไม่ดี วันหยุดเเทบไม่มี ค่าล่วงเวลาไม่จ่าย ก็ไม่น่าคุ้มนะคะ นอกจากนั้นยังมีกรณีให้พนักงานออกเงินไปก่อนในระหว่างการทำงาน เช่นพวกค่าเดินทาง ค่าอุปกรณ์ต่างๆ โดยจะจ่ายคืนในภายหลัง เเต่พอถึงเวลาจริงๆก็ไม่จ่ายหรือจ่ายช้ามากๆก็มีค่ะ

พนักงานถูกบังคับให้ทำงานยันดึกดื่น เวลาที่ทำงานเกินไปโดยทางบริษัทไม่จ่ายค่าล่วงเวลาให้ (โอที) จริงๆเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายในญี่ปุ่นแล้ว เเต่บางบริษัทก็มีวิธีในการหลบเลี่ยงได้ค่ะ เเละด้วยความที่คนญี่ปุ่นเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูง หากงานไม่เสร็จทำไม่ทำกำหนดส่งก็จะไม่กลับ และไม่จำเป็นต้องจ่ายโอทีก็ยอมทำ คนที่ยอมรับเรื่องเเบบนี้ก็มีเยอะค่ะ บริษัทก็สบายไป (อันนี้น่าชื่นชมในความรับผิดชอบของพนักงาน)
อย่างตัวผู้เขียนเอง ก็เคยทำงานล่วงเวลาไปถึง 50-60 กว่าชั่วโมงในเดือนเดียวโดยที่ไม่ได้อะไรเลยค่ะ (เเต่รุ่นพี่ในบริษัททำล่วงเวลากันโหดมากค่ะ หนักกว่าผู้เขียนเยอะ นับถือในความขยันมากๆ)

โครงการจัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับชุมชนแห่งแรกเสร็จสมบูรณ์ในนิวยอร์ก

เครดิตฟรีการติดตั้งระบบเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชนแห่งแรกของนิวยอร์กเป็นการร่วมทุนกับครัวเรือนประมาณ 150 ครัวเรือน โครงการชุมชนประกอบด้วยพลังงานแสงอาทิตย์บนชั้นดาดฟ้า 557kW ที่จับคู่กับที่เก็บแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน Tesla Powerpack สี่ชั่วโมง 490kW

สล็อตคาดว่าจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมประหยัดเงินค่าไฟฟ้ารายเดือนได้ประมาณ 10% ตลอด 25 ปี ตลอดจนจัดหาพลังงานให้กับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า 12 แห่งของเทสลา หน่วยงานวิจัยและพัฒนาพลังงานแห่งรัฐนิวยอร์ก (NYSERDA) ให้การสนับสนุนโครงการเกือบ 800,000 ดอลลาร์ การติดตั้งดำเนินการโดย IPPsolar และเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ Urstadt Biddle Properties Doreen M. Harris รักษาการประธานและ CEO ของ NYSERDA กล่าวว่า “แผงโซลาร์เซลล์ในชุมชนกำลังกลายเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับชาวนิวยอร์กทั่วทั้งรัฐ เนื่องจากช่วยให้ผู้ที่มีความท้าทายในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ของตนเองยังคงมีส่วนร่วมและได้รับผลประโยชน์จากการทำความสะอาด พลังงาน” แสดงความคิดเห็น “โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนแห่งแรกนี้ที่จับคู่กับการจัดเก็บพลังงานยังจัดให้มีระบบที่ช่วยให้พลังงานสะอาดที่ผลิตขึ้นเพื่อใช้ในสถานที่และเวลาที่โครงข่ายไฟฟ้าต้องการมากที่สุด” โครงการชุมชนประกอบด้วยอีกชั้นหนึ่งในระบบพลังงานแบบกระจายศูนย์ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีหลังคาเป็นของตัวเอง เช่น ในอพาร์ตเมนต์ พวกเขายังให้โอกาสในการแบ่งปันต้นทุนการลงทุนเช่นในชุมชนเล็ก ๆ ที่ต้องการได้รับประโยชน์จากพลังงานหมุนเวียน พลังงานยังคงถูกส่งไปยังผู้เข้าร่วมผ่านผู้ให้บริการไฟฟ้าปกติ ในขณะที่พลังงานที่ผลิตจากโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ชุมชนจะถูกป้อนเข้าสู่กริดโดยตรง เป็นผลให้กริดได้รับพลังงานสะอาดและผู้เข้าร่วมจะได้รับเครดิตสำหรับพลังงานนี้ผ่านค่าไฟฟ้าของพวกเขา นิวยอร์กได้ส่งเสริมโครงการชุมชนอย่างแข็งขันเพื่อสนับสนุนเป้าหมายของผู้ว่าการแอนดรูว์ เอ็ม. คูโอโม ในการติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์ 6,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2568 และการจัดเก็บพลังงาน 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2573 ไปป์ไลน์โครงการของ NYSERDA ภายใต้โครงการ Retail Energy Storage Incentive ปัจจุบันมีโครงการจับคู่ที่เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ในชุมชน 50 โครงการทั่วรัฐ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการติดตั้งในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า Extensible Energy ประกาศการติดตั้งไมโครกริดที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Ehrlich Toyota ในเมือง Greeley รัฐโคโลราโด IPOWER Alliance ของ Lyons, CO ได้พัฒนาโครงการและต้องการวิธีที่จะให้การควบคุมโหลดที่ยืดหยุ่นภายใต้สภาวะไมโครกริดทั้งหมดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายไฟฟ้าสูงตามปกติ แทนที่จะออกแบบไมโครกริดด้วยแผงย่อยโหลดที่สำคัญหลายระดับ IPOWER Alliance ได้ออกแบบและติดตั้งระบบ SunPower PV ขนาด 300 กิโลวัตต์พร้อมอินเวอร์เตอร์ SMA และระบบกักเก็บพลังงาน Dynapower ขนาด 228 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมงพร้อมตัวควบคุมไมโครกริด Ageto นอกจากนี้ ยังติดตั้งผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Extensible Energy คือ DemandEx for Microgrids ซึ่งรวมเข้ากับตัวควบคุมไมโครกริดเพื่อจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานเมื่อนอกกริดหรือบนกริด เมื่อใช้ซอฟต์แวร์ DemandEx for Microgrids เพื่อจัดการโหลดที่ยืดหยุ่นขนาดใหญ่ภายในโรงงาน ไม่จำเป็นต้องเดินสายไฟแผงใหม่หรือกำหนดโหลดอย่างถาวรว่า “วิกฤต” หรือ “ไม่สำคัญ” Extensible Energy กล่าว ดังนั้น ธุรกิจต่างๆ สามารถใช้ซอฟต์แวร์เพื่อจ่ายพลังงานให้กับโหลดที่มีประสิทธิผลมากขึ้นระหว่างที่ไฟดับ ขณะที่ยังคงรักษาหรือขยายความจุของแบตเตอรี่ ด้วยเหตุนี้ ฝ่ายขายและซ่อมแซมของ Ehrlich จึงสามารถทำงานต่อไปได้ในระหว่างที่กริดไม่เสถียร โดยทั่วไปแล้ว ไมโครกริดที่จัดเก็บพลังงานแสงอาทิตย์บวกสามารถสำรองข้อมูลอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับแผงโหลดที่สำคัญเท่านั้น เนื่องจากความจุไม่เพียงพอ ด้วยการพยากรณ์แสงอาทิตย์ของ DemandEx การตรวจสอบ PV การวิเคราะห์โหลดและการจัดการโหลดที่ยืดหยุ่นอย่างชาญฉลาด โหลดที่สำคัญและการเลือกของ microgrid จะได้รับการจัดการอย่างชาญฉลาด และความต้องการสูงสุดจะถูกโกนในระหว่างสภาวะบนหรือนอกกริด แต่ DemandEx จะประเมินกำลังไฟฟ้าที่มีในแบบเรียลไทม์ จากนั้นจึงลดโหลดโดยอัตโนมัติเพื่อให้สอดคล้องกับความจุของพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่ที่มีอยู่ Diane Dandeneau ซีอีโอของ IPOWER Alliance กล่าวว่า “ฉันเลือก Extensible Energy เนื่องจากนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์เพื่อควบคุมสถานการณ์ เราได้รับการสำรองข้อมูลเต็มรูปแบบของโรงงานทั้งหมดเมื่อการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์สูงและการควบคุมอัตโนมัติของระบบย่อยพลังงานขนาดใหญ่ เช่น HVAC เมื่อแบตเตอรี่รับภาระ และซอฟต์แวร์เดียวกันนี้จะช่วยจัดการค่าใช้จ่ายด้านอุปสงค์และการเก็งกำไร TOU เมื่อเราเชื่อมต่อกับกริด ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก” John Powers ซีอีโอของ Extensible Energy กล่าวเสริมว่า “ด้วย DemandEx สำหรับ Microgrids นักพัฒนามีเครื่องมือใหม่ที่ทรงพลังสำหรับการจัดการรูปทรงโหลดหลังมาตรวัดสาธารณูปโภค อุปกรณ์ไมโครกริดขนาดย่อมง่ายกว่าและคุ้มค่ากว่ามากสำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีโปรไฟล์โหลดปกติที่ราบรื่นกว่าอุปกรณ์ที่มีความต้องการสูง” การศึกษาใหม่โดย Nexans พบว่าชาวอเมริกันมากกว่า 2 ใน 3 (70%) ระบุว่าเต็มใจบริจาครายได้ส่วนบุคคลเป็นเปอร์เซ็นต์เพื่อสนับสนุนการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สล็อตออนไลน์ผลการศึกษาสรุปว่า 28% ของผู้เข้าร่วมเต็มใจที่จะให้รายได้น้อยกว่า 1%; 33% กล่าวว่าพวกเขายินดีที่จะมีส่วนร่วม 1-5% ของรายได้ 6% กล่าวว่าพวกเขาจะให้ระหว่าง 6-10% ของรายได้ และ 3% ระบุว่าพวกเขาจะมีส่วนร่วมมากกว่า 10% ของรายได้ น้อยกว่าหนึ่งในสาม (31%) ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าไม่ต้องการบริจาค ผลการวิจัยของสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของชุดการสำรวจที่จัดทำโดย Nexans ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และฝรั่งเศส เพื่อกำหนดความคิดเห็นของสาธารณชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและประเด็นที่เกี่ยวข้องในช่วงโควิด-19 การศึกษาในสหรัฐฯ ดำเนินการทางออนไลน์โดย Researchscape ตั้งแต่วันที่ 20-24 สิงหาคม 2020 มีผู้ตอบแบบสอบถาม 1,013 คน ซึ่งมีอายุ 18 ปีขึ้นไป โดยผลลัพธ์จะถ่วงน้ำหนักเพื่อเป็นตัวแทนของประชากรทั้งหมด Nexans มีสำนักงานใหญ่ในกรุงปารีส โดยมีโรงงานผลิตสายไฟแบบรับลมนอกชายฝั่งรายใหญ่ในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา และโรงงานผลิตสายเคเบิลสำหรับอุตสาหกรรมในเมืองเอล โดราโด รัฐอาร์คันซอ การสำรวจได้รับการพัฒนาโดยเป็นส่วนหนึ่งของ Climate Day ครั้งแรกในปารีส ซึ่งรวมถึงงานโต๊ะกลมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงระดับโลก การเปิดเผยการศึกษาระดับโลกที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนโดย Roland Berger เกี่ยวกับความท้าทายที่เกิดจากกระแสไฟฟ้าของโลกและความมุ่งมั่นของ Nexans ที่จะเป็น คาร์บอนเป็นกลางภายในปี 2030 ผู้เข้าร่วมเลือกจากเจ็ดคำตอบหลายข้อสำหรับคำถาม “ควรจ่ายเงินเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างไร” คนส่วนใหญ่ (59%) ตอบว่าควรได้รับค่าตอบแทนจาก “สิ่งจูงใจของรัฐบาลสำหรับทั้งภาคธุรกิจและผู้บริโภค” ตามด้วย “ภาษีของรัฐบาลกลาง รัฐ และ/หรือท้องถิ่น” และ “โครงการอนุรักษ์” (ผูกที่ 47%) “การลงทุนทางธุรกิจ” (42%) และ “การซื้อจากผู้บริโภค” (33%) มีเพียง 9% ที่ไม่เลือกข้อใดข้างต้น และ 2% เลือกอย่างอื่น ผลการวิจัยอื่นๆ พบว่า 44% ไม่พอใจกับงานที่รัฐบาลกลางและรัฐดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 35% ค่อนข้างพอใจ และ 21% พอใจมากหรือพอใจกับบทบาทของรัฐบาลมาก ชาวอเมริกันแสดงความเห็นชอบอย่างท่วมท้นเกี่ยวกับข้อเสนอพลังงานหมุนเวียนและพลังงานหมุนเวียนจากแสงอาทิตย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 85% ระบุว่าชอบกังหันลมบนบก (เทียบกับ 15%) กังหันลมนอกชายฝั่ง 83% (เทียบกับ 17%) และ 90% สนับสนุนฟาร์มแผงโซลาร์เซลล์ (ไม่เห็นด้วยกับ 10%) ผู้ตอบแบบสำรวจถูกถามเกี่ยวกับลำดับความสำคัญในปัจจุบันและการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งได้รับอิทธิพลจากโควิด-19 ผลการวิจัยระบุว่าผู้เข้าร่วม 39% กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่ากันเนื่องจากเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพในปัจจุบัน น้อยกว่าหนึ่งในสาม (31%) ระบุว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีความสำคัญมากกว่าในขณะที่ 30% กล่าวว่ามีความสำคัญน้อยกว่า

jumboslotในการวิจัยที่คล้ายกันซึ่งดำเนินการโดย Nexans ในสหราชอาณาจักร ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบสองในสาม (65.8%) กล่าวว่าพวกเขายินดีที่จะบริจาคส่วนหนึ่งของเงินเดือนเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรเกือบหนึ่งในสาม (29%) เชื่อว่าการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นๆ เมื่อพิจารณาจากโควิด-19 การวิจัยนี้ดำเนินการทางออนไลน์โดย Savanta ตั้งแต่วันที่ 21 – 24 สิงหาคม 2020 มีผู้ตอบแบบสอบถามทั้งหมด 2,210 คนซึ่งมีอายุ 16 ปีขึ้นไปเข้าร่วม “กระแสไฟฟ้านี้ทำให้เกิดความท้าทายและความขัดแย้งมากมายที่ต้องเอาชนะ และจะเกิดขึ้นเฉพาะกับการมีส่วนร่วมโดยตรงของประชากรที่เกี่ยวข้องเท่านั้น แบบสำรวจเหล่านี้ช่วยให้เข้าใจระดับของข้อมูลและการบิดเบือนความคิดเห็นของสาธารณชนได้ดีขึ้น ตลอดจนระดับการยอมรับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตเหล่านี้” คริสโตเฟอร์ เกริน ซีอีโอของ Nexans กล่าว 824 เมกะวัตต์ Muskrat น้ำตกโครงการได้ถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญกับการไหลพลังงานครั้งแรกตามที่ยูทิลิตี้แคนาดา Nalcor พลังงาน หน่วยแรกที่น้ำตกมัสครัทซิงค์กับโครงข่ายไฟฟ้าในลาบราดอร์เมื่อวันที่ 22 กันยายน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่บรรลุเป้าหมายร่วมกับอินนู เนชั่น หุ้นส่วนชาวพื้นเมืองของบริษัทในการพัฒนานี้ ตลอดจนผู้รับเหมา สหภาพแรงงาน และคนงาน โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Muskrat Falls บนแม่น้ำเชอร์ชิลล์ในลาบราดอร์ มีการโต้เถียงกันโดยที่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นนั้นเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างมาก โครงการนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของอาคารเชอร์ชิลล์ตอนล่าง ซึ่งอาจรวมถึงโรงงาน Gull Island ขนาด 2,250 เมกะวัตต์ในที่สุด การทดสอบหน่วยรุ่นแรกจะดำเนินต่อไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ก่อนนำเครื่องไปใช้งานในฤดูใบไม้ร่วงนี้ ตลอดระยะเวลาการทดสอบนี้ เครื่องจะทำการเปิดและปิดโครงข่ายไฟฟ้าจนกว่า Nalcor Energy จะพร้อมเปลี่ยนเครื่องกลับไปดำเนินการ ในระหว่างช่วงการว่าจ้าง พลังงานที่สร้างขึ้นที่น้ำตกมัสแครตจะถูกเพิ่มเข้าไปในกริดไฟฟ้าของลาบราดอร์ คาดว่าจะใช้พลังงานจากหน่วยที่สองในปลายปีนี้ โดยหน่วยที่สามและสี่จะวางจำหน่ายในปี 2564 Entergy Corp. จะร่วมมือกับ Mitsubishi Power ในการนำเสนอโครงการกำจัดคาร์บอนให้กับธุรกิจสาธารณูปโภคในรัฐอาร์คันซอ ลุยเซียนา มิสซิสซิปปี้ และเท็กซัส ส่วนสำคัญของความร่วมมือจะเน้นที่เทคโนโลยีเชื้อเพลิงไฮโดรเจน ไฮโดรเจนไม่มีอะตอมของคาร์บอนและสามารถผลิตได้ผ่านอิเล็กโทรไลซิสที่เชื้อเพลิงจากแหล่งพลังงานนิวเคลียร์หมุนเวียนหรือปราศจากคาร์บอน [NPC5]“เป็นเวลาสองทศวรรษที่ความยั่งยืนมีความสำคัญต่อ Entergy” Paul Hinnenkamp ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและรองประธานบริหารของ Entergy กล่าว “เราให้คำมั่นที่จะดำเนินธุรกิจในลักษณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมดของเรา เทคโนโลยีใหม่และโซลูชั่นที่เป็นนวัตกรรมสำหรับความท้าทายที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เรามีโอกาสในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากพอร์ตโฟลิโอรุ่นของเราอย่างมีนัยสำคัญในขณะที่ยังคงอัตราต่ำ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Mitsubishi Power ในฐานะพันธมิตรร่วมในการพัฒนากลยุทธ์เพื่อบูรณาการเทคโนโลยีและโซลูชั่นใหม่เหล่านี้ ซึ่งช่วยให้เราบรรลุความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อมและลูกค้าของเรา”

วันหยุดของพนักงานก็จะไม่เหมือนได้หยุด อาจต้องมาทำงาน ต้องไปทานข้าว คอยอำนวยความสะดวกให้กับหัวหน้าเเละผู้บริหารเช่นไปตีกอล์ฟเป็นต้นค่ะ ส่วนตัวผู้เขียนเองก็ได้วันหยุดที่ไม่ค่อยน่าพึ่งพอใจสักเท่าไหร่ค่ะ ในวันหยุด Gloden Week ที่คนทั่วไปเขาหยุดกันเป็นอาทิตย์ บริษัทของผู้เขียนไม่ได้หยุด (เนื่องจากเป็นบริษัทที่จัดอีเว้นท์ตลอดเวลา) ก็เข้าใจได้ค่ะว่างานแบบนี้ไม่สามารถหยุดในช่วงที่คนอื่นหยุดกันได้ เเต่วันหยุดชดเชยนั้นได้เพียงครึ่งเดียวของวันหยุดที่คนอื่นได้กันค่ะ (โอทีก็ไม่ได้ วันหยุดก็ไม่มีอีก ผู้เขียนเหนื่อยใจ๋ม๊ากมากก)

  1. เพื่อนร่วมงานที่ไม่ดี (ทั้งใน Black Company และบริษัททั่วไป)
    สำนวนไทยที่ว่า คับที่อยู่ง่าย คับใจอยู่ยาก อยากจะกรีดร้องบอกทุกคนเสียเหลือเกินว่ามัน จริ๊งงง!!
    สำหรับบริษัทสีดำนั้นเพื่อนร่วมงานก็อาจมีจิตใจดำมืดพอๆกับบริษัทก็เป็นได้ค่ะ ไม่ได้หมายความว่า 100 ทั้ง100 มีเเต่คนไม่ดี คนดีๆก็มีค่ะ เเต่คนไม่ดีที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงนั้นก็คือเพื่อนร่วมงานที่ใช้อำนาจข่มขู่ หรือเรียกว่า Power Harassment (ญี่ปุ่นเรียกว่าพาวะฮาระ) เเละล่วงละเมิดทางเพศ Sexual Harassment (เซกุฮาระ) กับเพื่อนร่วมงานด้วยกันค่ะ

ส่วนใหญ่จะพบการใช้อำนาจข่มขู่เเละล่วงละเมิดทางเพศในบริษัทสีดำอยู่เสมอค่ะ พบมากกว่าบริษัททั่วไปเพราะว่ากฏเกณท์ต่างๆของบริษัทสีดำปล่อยปละละเลยและทำให้ผู้มีตำแหน่งสูงกว่าสามารถกดขี่ผู้มีตำแหน่งต่ำกว่าได้ง่ายนั่นเอง คนญี่ปุ่นจะใส่ใจในทุกๆเรื่องในการดำรงค์ชีวิต